ATLAS เข้าตาที่ปรึกษาการลงทุน FSSIA ประเมิน JUMP+ ดันรายได้โตเฉลี่ย 10% ต่อปี

ธุรกิจหลักสร้างมูลค่าเพิ่ม-สื่อโฆษณาบนรถแท็กซี่ หนุน

Monday 22 June 2026 13:51
ATLAS เข้าตาที่ปรึกษาการลงทุน FSSIA ประเมิน JUMP+ ดันรายได้โตเฉลี่ย 10% ต่อปี

บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) เข้าตาที่ปรึกษาการลงทุน FSSIA หลังประเมินแผนยุทธศาสตร์ JUMP+ มีศักยภาพสร้างการเติบโตระยะยาว จาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจLPG "ภาคขนส่ง-ครัวเรือน-อุตสาหกรรม" และธุรกิจสื่อโฆษณา ช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไร พร้อมอานิสงส์เครือข่ายและ Ecosystem ของ PTG หนุนความสามารถแข่งขัน คาดรายได้ปี 2571 ขยับสู่ระดับ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี สร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

บริษัทหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (FSSIA)ได้จัดทำบทวิเคราะห์ประเมินแผนยุทธศาสตร์ JUMP+ ของ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) โดยระบุว่า มีการดำเนินงานเติบโต จากจุดแข็งในการเป็นผู้ประกอบธุรกิจพลังงานตามมาตรา 7 ที่มี Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหา การขนส่ง การจำหน่ายก๊าซ LPG ไปจนถึงการต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจาก PTG ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ค้าปลีกน้ำมันอันดับ 3 ของประเทศไทย ส่งผลให้ ATLAS มีความได้เปรียบด้านเครือข่าย ลูกค้า และแบรนด์ ซึ่งจะช่วยผลักดันการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอนาคต

ขณะที่บริษัทฯตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2571 อยู่ที่ระดับ 14,958-16,155 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 25-35% จากรายได้ปี 2568 ที่อยู่ที่ 11,966.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายธุรกิจ LPG ครอบคลุมทั้งภาคขนส่ง ภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม

ในส่วนของธุรกิจภาคขนส่ง ATLAS ยังคงรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดก๊าซ LPG สำหรับภาคยานยนต์ โดยมีแผนขยายสถานีบริการก๊าซ LPG และน้ำมัน จากปัจจุบัน 61 สาขา เพิ่มเป็น 81 สาขาภายในปี 2571 เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ที่ติดตั้งระบบก๊าซ LPG มากขึ้น

นอกจากนี้ โครงการ "PT Auto Transform" และ "PT Taxi Transform" ซึ่งสนับสนุนให้รถแท็กซี่ รถรับจ้าง และรถสาธารณะเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซ NGV หรือเบนซิน มาเป็นก๊าซ LPG เพื่อลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิง โดยปัจจุบันมีรถแท็กซี่เข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 13,000 คัน และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 5-10% ต่อปี ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มปริมาณการจำหน่ายก๊าซ แต่ยังสร้างฐานลูกค้าให้กลับมาใช้บริการสถานีบริการของ PT อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันยังมีรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูง โดยในปี 2568 ธุรกิจดังกล่าวมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 62.8% ของกำไรสุทธิรวม และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากจำนวนรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายฐานลูกค้านอกเครือข่าย PTG ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของตลาดสื่อนอกบ้าน (Out of Home Media)

ด้านธุรกิจ LPG ภาคครัวเรือน บริษัทฯเตรียมเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยมีแผนเพิ่มโรงบรรจุก๊าซจากพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยตั้งเป้าลงทุนก่อสร้างโรงบรรจุก๊าซแห่งใหม่รวม 9 แห่ง ในช่วงปี 2569-2571 โดยแต่ละแห่งมีความสามารถในการบรรจุก๊าซสูงสุดประมาณ 1,500 ตันต่อเดือน ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 458 ล้านบาท การขยายร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มที่บริษัทบริหารเอง เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสู่กลุ่มครัวเรือนและลูกค้าพาณิชยกรรม เช่น ร้านอาหาร ร้านซักรีด และผู้ประกอบการรายย่อย โดยเตรียมงบลงทุนเพิ่มเติมราว 120 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้รับประโยชน์จากเครือข่ายด้านโลจิสติกส์และสถานีบริการของกลุ่ม PTG ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อ ขนส่ง และกระจายสินค้า ส่งผลให้มีความมั่นคงด้านกระแสเงินสด แม้ว่าธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับค่อนข้างคงที่ราว 1-1.5 บาทต่อกิโลกรัม แต่การเพิ่มปริมาณการจำหน่ายและขยายฐานลูกค้าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเติบโตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า รายได้รวมของ ATLAS ในช่วงปี 2569-2571 จะอยู่ที่ประมาณ 12,812 ล้านบาท 14,010 ล้านบาท และ 15,547 ล้านบาท ตามลำดับ หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งภาคขนส่งที่เติบโตตามการขยายสถานีบริการ ภาคครัวเรือนจากการเพิ่มโรงบรรจุและร้านค้าปลีก รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตตามจำนวนลูกค้าใหม่ และคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ประมาณ 290 ล้านบาทในปี 2569 ก่อนปรับเพิ่มเป็น 332 ล้านบาทในปี 2570 และ 373 ล้านบาทในปี 2571 โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนขยายสถานีบริการ โรงบรรจุก๊าซ ร้านจำหน่ายก๊าซ การลงทุนในถังก๊าซ และการขยายฐานลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม