วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม

อาจารย์จุฬาฯ ผันวิกฤตผลผลิตโกโก้ตกเกรด เป็นโอกาสสู่การพัฒนานวัตกรรม "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพเนื้อโคขุนไทยลดปัญหาเต้านมอักเสบในโคนม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) เพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง

Monday 22 June 2026 14:48
วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม

สภาพภูมิอากาศที่สุดขั้ว - ร้อนจัดและแล้งจัดที่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์และจะยาวไปจนเดือนสิงหาคม ส่งผลกระทบต่อผลผลิตในภาคการเกษตรและปศุสัตว์อย่างถ้วนหน้า อย่างในจังหวัดน่าน เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ประสบปัญหาผลโกโก้ตกเกรด ส่วนภาคปศุสัตว์ เกษตรกรก็ขาดอาหารเสริมคุณภาพให้กับวัว

แต่ในวิกฤต มีโอกาสเสมอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัญศิภรณ์ ณ น่าน ผู้ช่วยผู้รักษาการแทนคณบดี (ดูแลด้านวิจัยและบริการวิชาการ) คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาโกโก้ไทยเพื่อความยั่งยืน

แปลงทั้ง 2 ปัญหาให้เป็น "นวัตกรรมสารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ทางออกที่เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้และผู้เลี้ยงโค และยังเป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ตั้งเป้าไว้ว่า "โกโก้ทุกเมล็ดต้องมีทางไป ไม่เหลือทิ้ง"

จุดเริ่มต้นนวัตกรรม "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้"

ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์เล่าว่าตั้งแต่ปี 2566 ศูนย์นวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาโกโก้ไทยเพื่อความยั่งยืน จังหวัดน่าน ได้ทำงานวิจัย พัฒนานวัตกรรม และสนับสนุนการปลูกและแปรรูปพืชเศรษฐกิจใหม่ "โกโก้" เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร ชุมชนและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ดูแลคุณภาพผลผลิตโกโก้ตั้งแต่ต้นน้ำ มาถึงกระบวนการแปรรูปให้เกิดมูลค่าและคุณค่าสูงสุด พร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือการจัดการของเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีจำนวนมาก ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"วิกฤตสภาพอากาศก่อให้เกิดอัตราการสูญเสียผลผลิตโกโก้สูงถึง 80-90% อากาศที่ร้อนและแล้งจัด ส่งผลให้ผลโกโก้มีขนาดเล็ก เป็นโรค แถมบางผลที่ดูดี ด้านในกลับมีการงอกของเมล็ด ผลผลิตตกเกรดแบบนี้ไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการหมักเพื่อให้ได้โกโก้ที่มีคุณภาพและได้ราคาดี" ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์กล่าว "ทั้งผลผลิตตกเกรดและเปลือกโกโก้ที่เหลือทิ้งจากกระบวนการแปรรูปจำนวนมหาศาล ถูกปล่อยทิ้งไว้ในสวน กลายเป็นกองขยะที่อาจเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงได้"

เช่นเดียวกับเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ ในช่วงหน้าแล้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวก็ประสบปัญหาขาดแคลนอาหารสัตว์ จนต้องนำเข้าวัตถุดิบในราคาแพง อันเป็นการเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรเข้าไปอีก

ทั้ง 2 ปัญหาดูจะเป็นทางออกให้กันและกัน ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์ย้อนนึกถึงการไปเยี่ยมเยือนผู้ประกอบการและเกษตรกรที่แปรรูปโกโก้ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

"ตอนนั้นได้พูดคุยกับผู้ประกอบการและเกษตรกรที่แปรรูปเมล็ดโกโก้ และเกิดความสงสัยว่าเปลือกโกโก้ที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาลหลังการแปรรูปนั้นหายไปไหน เกษตรกรตอบว่าได้นำเปลือกโกโก้เหล่านั้นไปสับให้วัวกิน ซึ่งพบว่าวัวสามารถกินได้"

จากคำบอกเล่าของผู้ประกอบการ ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์กลับมาทำการบ้านต่อ ค้นคว้าอ่านงานวิจัยต่าง ๆ จนพบข้อมูลยืนยันว่าของเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างโกโก้สามารถนำไปทำเป็นอาหารปศุสัตว์ให้วัวกินได้จริงๆ

นั่นคือ "จุดตั้งต้น" ในการนวัตกรรมผลผลิตตกเกรดมาทำเป็นอาหารสัตว์ โดย ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.น่าน ในการทดสอบการนำขยะโกโก้เหล่านี้ไปเป็นอาหารปศุสัตว์

"วัวเป็นสัตว์ใหญ่ที่กินในปริมาณมาก จึงช่วยระบายกองขยะโกโก้มหาศาลนี้ได้อย่างรวดเร็วและตอบโจทย์วิกฤตของทั้งสองฝ่ายได้อย่างลงตัว"

"ลิกบล็อก" และ "ผงแร่ธาตุ" ขยะโกโก้เป็นอาหารเสริมโคขุนเกรด A

การนำผลโกโก้สด (ตกเกรด) ไปให้วัวกินโดยตรงทุกวันมีข้อจำกัดในแง่ต้นทุนการจัดการ เกษตรกรต้องเสียเวลาและแรงงานในการหาผลสดมาเตรียมให้วัว และยังมีภาระด้านค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลโกโก้ไปให้ฟาร์มวัวอีกด้วย ทีมวิจัยจึงคิดหาวิธีที่ประหยัด ลดต้นทุน ขนส่งสะดวก และสอดคล้องกับวิถีของเกษตรกร โดยให้เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้แปรรูปผลผลิตตกเกรดและเปลือกเหลือทิ้งให้กลายเป็นผง

"ขั้นตอนเริ่มจาก เกษตรกรนำขยะโกโก้มาหั่นและสับให้มีขนาดเล็ก นำไปตากแดดประมาณ 7-14 วันจนแห้งสนิท แล้วนำมาเข้าเครื่องบดละเอียดให้เป็นผง แล้วนำผงโกโก้ที่ได้ มาส่งขายให้กับทางศูนย์ฯ ซึ่งเราจะเป็นตัวกลางในการรับซื้อและส่งต่อวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อผลิตออกมาเป็นนวัตกรรม "สารเสริมแร่ธาตุ" ในราคาที่ไม่ต่างจากอาหารเสริมที่เกษตรกรใช้อยู่เดิม" ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์อธิบาย

นวัตกรรมผงโกโก้มี 2 รูปแบบ ได้แก่

  • ก้อนแร่ธาตุ (Lick block) หรือ ลิกบล็อก ผงโกโก้อัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยม เหมาะสำหรับฟาร์มรายย่อย โดยเกษตรกรจะห้อยก้อนนี้ไว้ให้วัวเลีย เฉลี่ยแล้ว วัว 1 ตัวจะกินก้อนแร่ธาตุ 1 ก้อนต่อเดือน
  • สารเสริมชนิดผง เหมาะสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องผสมอาหาร โดยสามารถผสมเข้าไปในอาหารสัตว์ได้โดยตรง กลิ่นหอมของโกโก้จะช่วยให้วัวเจริญอาหารและกินอาหารได้ดีขึ้น

"จากการวิจัยพบว่านวัตกรรมสารเสริมแร่ธาตุทั้งสองรูปแบบนี้ สามารถดึงเอาขยะโกโก้ทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็นผลตกเกรดหรือเปลือก มาใช้เป็นส่วนผสมได้สูงสุดถึง 30% ของอัตราส่วนผสมทั้งหมด การนำขยะโกโก้มาใช้ในสัดส่วนที่สูงอย่างนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยทรานส์ฟอร์ม (transform) และระบาย "กองขยะมหึมา" ในสวนเกษตรกรให้หายวับไปได้อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนสถานะจากขยะที่ไร้ค่าให้หมุนเวียนกลับมาเป็นผลิตภัณฑ์สารเสริมอาหารสัตว์ที่ทรงคุณค่าได้อย่างเป็นรูปธรรม"

สารสร้างสุข ของดีในโกโก้ ขุนวัวสุขภาพดี

นอกจากความสะดวกในการใช้งานแล้ว สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมนี้โดดเด่นคือ "สารสำคัญ" ในโกโก้ที่มีประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพของปศุสัตว์

"สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้มีส่วนทำให้วัวกินอาหารได้มากขึ้น บ่งบอกว่าวัวมีความสุขมากขึ้น และจากผลการวิจัยพบว่าการที่วัวมีความสุขมากขึ้นเพราะว่าได้สารสำคัญตัวหนึ่งในโกโก้ นั่นก็คือสาร ทีโอโบรมีน ที่เป็นสารกระตุ้นให้เกิดความสุขในปศุสัตว์" ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์อธิบาย

สาระสำคัญในโกโก้ที่ทำให้วัวสุขภาพดี มีดังนี้

  • ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และโพลีฟีนอล (Polyphenols) ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระและปรับสมดุลในกระเพาะรูเมนของวัว (กระเพาะผ้าขี้ริ้ว)
  • ทีโอโบรมีน (Theobromine) เป็นสารที่พบเฉพาะในโกโก้ (สารความสุข) ช่วยลดการอักเสบ ทำให้วัวอารมณ์ดี สุขภาพแข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นเนื้อ (Feed efficiency) โตเร็วขึ้น และมีระยะเวลาการเลี้ยงที่สั้นลง สำหรับโคนม สารตัวนี้ช่วยลดปัญหาเต้านมอักเสบ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เกษตรกรถูกหักรายได้ โดยผลทดสอบพบว่าสามารถลดเซลล์เม็ดเลือดขาว (Somatic cell) ที่บ่งบอกการอักเสบลงได้กว่า 70% และเพิ่มไขมันนมได้ถึง 15%
  • แทนนิน (Tannin): สารสำคัญที่เข้าไปยับยั้งการทำงานของกลุ่มแบคทีเรียที่สร้างก๊าซมีเทน (Methanogenic bacteria) ในกระเพาะวัว ซึ่งแบคทีเรียกลุ่มนี้จะจับคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำมาสร้างเป็นมีเทนแล้วปล่อยออกมาผ่านการเรอและการตด การยับยั้งแบคทีเรียนี้สามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 44% พลังงานที่เคยสูญเสียไปกับก๊าซมีเทนจึงถูกดึงกลับมาสร้างเป็นไขมันและเนื้อแทน ทำให้วัวมีคุณภาพเนื้อที่ดีขึ้น

ยกระดับเนื้อโคขุน เพิ่มรายได้โคนม

ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของนวัตกรรมทั้ง 2 รูปแบบ ไม่ได้ทดสอบจากห้องปฏิบัติการ แต่จากฟาร์ม และผู้ยืนยันผลไม่ใช่นักวิจัย แต่เป็นเกษตรกร

"เราให้เกษตรกรเป็นผู้เก็บข้อมูลและทดสอบการใช้สารเสริมแร่ธาตุด้วยตนเอง เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้นวัตกรรม ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการแปรรูปขยะโกโก้อีกทางด้วย"

ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์เล่าว่า โดยปกติ กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมจะมีการวัดค่าเซลล์เม็ดเลือดขาว (Somatic Cell) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้ ค่านี้บ่งบอกถึงภาวะเต้านมอักเสบ ซึ่งหากมีค่าสูง เกษตรกรจะถูกหักเงินในตอนขายน้ำนม และเมื่อเกิดภาวะเต้านมอักเสบในวัว เกษตรกรต้องกักวัวไว้และไม่สามารถรีดนมได้ ทำให้สูญเสียรายได้

"แต่นวัตกรรมนี้เข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด สารทีโอโบรมีนในโกโก้ช่วยลดการอักเสบ ทำให้ค่า Somatic Cell ลดลงกว่า 70% วัวมีสุขภาพเต้านมที่แข็งแรง น้ำนมมีคุณภาพดีขึ้นและปริมาณไขมันนมเพิ่มสูงขึ้น จากการทดสอบ เราพบว่าภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ปริมาณไขมันในนมกระโดดจากระดับ 2 ขึ้นเป็นระดับ 7เกษตรกรจึงสามารถขายน้ำนมได้ราคาเต็ม โดยไม่ถูกหักรายได้" ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์กล่าว

ในส่วนของโคเนื้อ ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน จากเดิมที่เกษตรกรขายวัวเนื้อแดงได้ราคาเพียง 20,000-30,000 บาท แต่หลังจากที่ใช้สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้ เนื้อวัวขยับขึ้นเป็นเกรดพรีเมียมระดับ A3 และ A4 ที่ขายได้ในราคาหลักแสนบาท!

"เนื้อวัวมีชั้นไขมันแทรกสวยงาม (Marbling) ไร้กลิ่นเหม็นสาบหรือกลิ่นคาวเจือปน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ปกติไม่รับประทานเนื้อเพราะทนกลิ่นสาบไม่ได้" ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์กล่าวพร้อมอธิบายว่า "สาเหตุที่เนื้อวัวเกิดไขมันแทรกในระดับสูงและไม่มีกลิ่นสาบคาวนั้น มาจากกลไกของ "แทนนิน" ที่เข้าไปยับยั้งแบคทีเรียในการสร้างก๊าซมีเทน พลังงานที่วัวเคยสูญเสียไปกับการเรอและตด จึงถูกดึงกลับมาหมุนเวียนสร้างเป็นชั้นไขมันแทรกและเนื้อแทน ผสานกับกลไกของ "ทีโอโบรมีน" ที่ช่วยให้วัวสุขภาพดีและเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อได้อย่างเต็มที่"

ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่านวัตกรรมนี้ช่วยสร้างเรื่องเล่า (Storytelling) ให้กับเนื้อวัวไทยในฐานะ "เนื้อวัวคาร์บอนต่ำ" (Low Carbon Beef) ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกด้วยคุณภาพ ไม่ใช่แค่ราคา

ความท้าทาย: เมื่อของตกเกรดขายได้ เกษตรกรจะละทิ้งคุณภาพหรือไม่?

เมื่อผลผลิตตกเกรดหรือเปลือกโกโก้เหลือทิ้งเป็นของมีราคา เกษตรกรจะหันกลับไปปลูกโกโก้แบบปล่อยปละละเลย หรือปลูกแบบทิ้งขว้างเหมือนในอดีตหรือไม่ ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์ให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า "เราวางกลยุทธ์รับมือไว้แล้วผ่าน "กลไกด้านราคา" โดยใช้ส่วนต่างของราคามาเป็นตัวสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร โกโก้ที่ได้รับการดูแลอย่างดีจนคัดเกรดคุณภาพสูงสำหรับนำไปทำช็อกโกแลต จะมีราคารับซื้อที่สูงถึง 10-12 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ผลผลิตตกเกรดจะถูกรับซื้อในราคาเพียง 1 บาท และส่วนของเปลือกจะรับซื้อในราคา 25-50 สตางค์"

"ด้วยส่วนต่างของรายได้ที่ห่างกันมากนี้ เกษตรกรย่อมเลือกที่จะมุ่งมั่นดูแลผลผลิตให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้ราคาสูงสุด ขณะเดียวกัน โมเดลนี้ก็เป็นหลักประกันเพื่อรองรับความเสี่ยงว่า แม้ในยามวิกฤตที่ผลผลิตไม่ได้ตามเป้า ขยะโกโก้เหล่านั้นก็ยังถูกหมุนเวียนกลับมาเป็นรายได้ตามหลักโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยไม่สูญเปล่าแต่อย่างใด"

นวัตกรรมเชิงกระบวนการ ดันเกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืน

แม้ผลลัพธ์ของ "นวัตกรรมสารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" จะมีประสิทธิภาพมหาศาล ทั้งในแง่ของการเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้มีมูลค่า ช่วยยกระดับคุณภาพเนื้อให้พรีเมียมถึงเกรด A4 ลดก๊าซเรือนกระจก และช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างก้าวกระโดด แต่สารเสริมที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่ "ยาวิเศษ" หรือ Quick Win ที่จะพลิกชีวิตเกษตรกรในทันที

"เราตั้งใจให้สารเสริมโกโก้เป็น "ตัวเร่งปฏิกิริยา" ที่ดึงดูดและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนวิธีการทำงาน" ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์เผยความตั้งในในการสร้างสรรค์นวัตกรรม "ที่เราทำจริง ๆ คือ "นวัตกรรมเชิงกระบวนการ" เมื่อเกษตรกรเข้าร่วมและใช้นวัตกรรมของเรา จะต้องพ่วงไปกับการวางระบบการจัดการฟาร์มที่ดีอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สร้างนิสัยหรือพฤติกรรมใหม่ ๆ ในการเลี้ยงปศุสัตว์ให้กับเกษตรกร เช่น จากเดิมที่เคยเลี้ยงวัวแบบปล่อยตามมีตามเกิด หรือที่เรียกว่าบุฟเฟต์ แล้วขายเนื้อแดงได้ราคาเพียง 20,000-30,000 บาท ต้องเปลี่ยนมาสู่ระบบที่ให้ความสำคัญกับความใส่ใจทุกรายละเอียด เป็นการเลี้ยงที่มุ่งเน้นคุณภาพอย่างแท้จริง"

"เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาในครั้งนี้ก้าวข้ามเรื่องของสารเสริมโกโก้ไปสู่การเปลี่ยน "ระบบนิเวศ" ของการปศุสัตว์ไทยทั้งระบบ ตั้งแต่การลดขยะ การดึงจุดเด่นเรื่องคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงการสร้างเรื่องราว การพัฒนาระบบทั้งหมดร่วมกัน นี้ต่างหากคือคำตอบที่ถูกต้องในการยกระดับวงการเกษตรให้สู้กับตลาดโลกด้วย "คุณค่าและคุณภาพ" ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยที่ดีขึ้นและยั่งยืนอย่างแท้จริง"

"โกโก้ทุกเมล็ดต้องมีทางไป" แม้ในบ่อกุ้ง

ไม่เพียงฟาร์มปศุสัตว์ "นวัตกรรมสารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ยังขยายผลไปยังปศุสัตว์กลุ่มอื่น ๆ เช่น แพะ ไก่ โดยเฉพาะไก่ไข่ ที่มีผลการวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วเผยว่าสารในโกโก้ช่วยให้ไข่ไก่มีความสดใหม่ยาวนานขึ้น ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์กล่าว

นอกจากนั้น ปัจจุบัน ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์กำลังศึกษาต่อยอดนำสารสกัดจากเมล็ดและเปลือกโกโก้ไปวิจัยใน "บ่อกุ้ง" โดยร่วมมือกับอาจารย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

"กุ้งถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจเบอร์ต้น ๆ ของประเทศที่มีมูลค่ามหาศาล นวัตกรรมใหม่นี้มุ่งไปที่การสร้างภูมิคุ้มกันให้กุ้ง เพื่อรับมือกับเชื้อโรคระบาดที่มักจะสร้างความเสียหายและทำลายบ่อกุ้งมูลค่าหลายล้านให้พังในชั่วพริบตา โดยตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยเพื่อที่จะพัฒนาออกมาให้เป็นตัวช่วยเกษตรกรบ่อกุ้งต่อไป"

การวิจัยต่อยอดและขยายผล "ขยะโกโก้" ย้ำจุดยืนที่ว่า "โกโก้ทุกเมล็ดต้องมีทางไป"

โกโก้เกรดดีจะต้องถูกนำไปผลิตเป็นช็อกโกแลตเพื่อสร้างรายได้ที่สูงกว่าให้เกษตรกร ในขณะที่ผลผลิตตกเกรดหรือเปลือกเหลือทิ้ง จะถูกนำมาแปรรูปเป็นสารเสริมแร่ธาตุอาหารสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนและเกิดประโยชน์ในทุกมิติอย่างยั่งยืน

เกษตรกรและผู้ที่สนใจ "สารเสริมแร่ธาตุโกโก้สำหรับปศุสัตว์" สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เบอร์โทร. 02 218 1243 หรือทางเว็บไซด์ www.cusar.chula.ac.th

อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่: https://www.chula.ac.th/highlight/301789/

"จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงติด 100 อันดับแรกของโลกด้านชื่อเสียงทางวิชาการ
โดย (QS) World University Rankings 2021-2022"

วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม
วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม
วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม
วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม
วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม
วัวอารมณ์ดี เกษตรกรมีรายได้ ด้วย "สารเสริมแร่ธาตุจากโกโก้" ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับโกโก้ตกเกรด สู่อาหารสัตว์พรีเมียม